วารสารโภชนาการ
ปีที่ 43 ฉบับที่ 2 เม.ย.-มิ.ย. 2551

Journal of The Nutrition Association of Thailand
Vol. 43 No. 2 Apr-Jun 2008
Nutrition Icon : เส้นทางโภชนาการไทย
ปัญหาโภชนาการในศตวรรษที่ 21 ในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศไทย มีความสอดคล้องกัน คือ การมีภาวะโภชนาการขาดในพื้นที่ยากจนหรือท้องที่ห่างไกล มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของภาวะโภชนาการเกินหรือสารอาหารไม่สมดุล ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังเกี่ยวกับอาหารซึ่งพบมากในสังคมเมือง

เขียนโดย กรุณา จีนถนอม























บทสัมภาษณ์พิเศษ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงคุณ สาคร ธนมิตต์                                   
ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล



ปัญหาโภชนาการในศตวรรษที่ 21 ในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศไทย มีความสอดคล้องกัน คือ การมีภาวะโภชนาการขาดในพื้นที่ยากจนหรือท้องที่ห่างไกล มีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของภาวะโภชนาการเกินหรือสารอาหารไม่สมดุล ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังเกี่ยวกับอาหารซึ่งพบมากในสังคมเมือง หรือการมีทั้งสองภาวะในพื้นที่เดียวกัน และเรื่องพิษภัยจากอาหาร (เชื้อโรค และสารเคมีหรือสารอื่นๆ จากการปนเปื้อนหรือปลอมปน) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงคุณ สาคร ธนมิตต์ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัย ได้ให้เกียรติให้สัมภาษณ์ถึงประวัติศาสตร์ด้านโภชนาการของประเทศไทยและประสบการณ์การทำงานด้านโภชนาการดังนี้              


Nutrition Roadmap 

ปัญหาโภชนาการด้านการขาดที่สำคัญคือโรคขาดโปรตีนและพลังงาน (protein - calories malnutrition) พบได้มากในเด็กก่อนวัยเรียนและหญิงตั้งครรภ์/แม่ที่ให้นมบุตร โดยสามในสี่ของเด็กทั่วโลกที่เสียชีวิตมีสาเหตุจากปัญหานี้ ในบ้านเราสาเหตุหลักของการขาดคือการขาดพลังงานจากไขมัน โดยเฉพาะประชาชนทางภาคอีสานบริโภคไขมันต่ำมาก โดยได้แคลอรีจากไขมันเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น ขณะที่ร่างกายต้องการมากกว่าร้อยละ 20 และยังขาดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ด้วย เพราะอาหารส่วนใหญ่มาจากพืช การที่ไขมันต่ำทำให้ต้องได้แคลอรีจากข้าวและแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นปริมาณมากจึงจะได้พลังงานเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนั้นในเด็กๆ ซึ่งกระเพาะอาหารเล็ก ไม่สามารถบริโภคให้มากพอ จึงมีการขาดทั้งพลังงานและโปรตีน ประสบการณ์ของประเทศไทยในเรื่องการควบคุมและป้องกันโรคขาดโปรตีนและพลังงานในเด็ก ทำได้ผลสำเร็จอย่างดี ทำให้อุบัติการณ์การขาดโปรตีนและพลังงานในเด็กก่อนวัยเรียนลดลงได้ชัดเจนในเวลาไม่นานกี่ปี จึงเป็นที่ยอมรับและกล่าวอ้างถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะการที่มีนโยบาย เป้าหมายและมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนทั้งระดับชาติและระดับชุมชน มีการดำเนินงานในระดับชุมชนที่มีการบริการทางสังคม (ศึกษา สาธารณสุข เกษตรและพัฒนาชุมชน) อย่างทั่วถึง ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนทุกระดับ โดยเน้นการพึ่งตัวเอง จนได้เป็นรูปแบบที่มีการนำไปใช้ในประเทศต่างๆ ในหลายๆ ภูมิภาค


การแก้ไขปัญหานี้ของประเทศไทยเริ่มตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2520-2524 โดยเห็นผลชัดเจนในช่วงแผนฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530-2534 โดยมีกลุ่มแกนนำ (prime mover) ด้านศึกษา คือ ดร.สาโรช บัวศรี ด้านสาธารณสุข และโภชนาการ คือ นพ.อมร นนทสุตร และ ศ.นพ.อารี วัลยะเสวี ด้านอาหารและเกษตร คือ ดร.อมร ภูมิรัตน์ และนายพิศิษฐ์ ศศิผลิน โดยกลุ่มได้เสนอแนวคิดใหม่ในการแก้ไขปัญหาของประเทศไทย ให้มีแผนอาหารและโภชนาการเป็นแผนงานแยกออกมาเด่นชัดโดยให้บูรณาการงานของ 4 กระทรวงหลักคือ ศึกษา สาธารณสุข เกษตร และมหาดไทย เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา โดยเริ่มตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 ประกอบกับในแผนฉบับที่ 5 รัฐบาลมีแผนแก้ไขปัญหาความยากจน และแผนสุขภาพดีทั่วหน้า (health for all by the year 2000) ซึ่งมีงานด้านอาหารและโภชนาการรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะการที่ด้านสาธารณสุขได้มีการสร้างโครงข่าย อาสาสมัครสาธารณสุข (อ.ส.ม.) ทั่วประเทศซึ่งปฏิบัติงานด้านอาหารและโภชนาการพร้อมไปกับด้านสุขภาพอนามัย ทำให้เกิดผลดีอย่างรวดเร็วกว้างขวางและยั่งยืน จากการดำเนินการดังกล่าวภาวะโภชนาการด้านการขาดได้ลดลงอย่างชัดเจน โดยที่ปัญหาซึ่งมีอยู่ก่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 ซึ่งใช้ตัวชี้วัดจากการชั่งน้ำหนักเด็กก่อนวัยเรียนโดยที่ใช้น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นเครื่องชี้วัด และแบ่งความรุนแรงเป็นสามระดับคือ ระดับรุนแรงได้แก่ระดับ 3 มีร้อยละ 3 ระดับปานกลาง เรียกว่าระดับ 2 มีร้อยละ 30 และระดับไม่รุนแรงคือระดับ 1 มีร้อยละ 30 ตามลำดับ จากผลการดำเนินงานต่อมาหลังแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6 พบว่า ปัญหาลดลงมาก จนเหลือแต่การขาดระดับที่ 1 อย่างเดียว ประมาณกว่าร้อยละ 10 และปัญหาก็ลดลงตลอดมาตามลำดับ จนปัจจุบันเราเหลือปัญหาด้านการขาดระดับที่ 1 แค่น้อยกว่าร้อยละ 10


The Solution
 
การมีภาวะโภชนาการที่ดีจะต้องประกอบด้วยการได้รับอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่อาหารที่มีความหลากหลายในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการตามวัยและสะอาดปราศจากพิษภัย การป้องกันภาวะโรคขาดสารอาหารจึงประกอบด้วยหลักใหญ่ๆ สามประการ คือ 1) ความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน 2) สุขภาพร่างกายและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี และ 3) การดูแลและการเลี้ยงดูถูกต้องเหมาะสม นโยบายการป้องกันแก้ไขทางโภชนาการจึงมิได้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานกรมกองหรือกระทรวงหนึ่งกระทรวงใดเท่านั้น แต่ต้องเป็นยุทธศาสตร์ร่วมผสมผสานของทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น หนึ่ง ด้านอาหาร เกษตร ปศุสัตว์ ประมง ชลประทาน สอง ด้านสุขภาพอนามัยก็มีทั้ง การบริการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และสาม ด้านการดูแลและเลี้ยงดูที่ถูกต้อง ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรู้ความเข้าใจและพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมจากด้านการศึกษาและข้อมูลการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องเหมาะสมและต้องมีคุณภาพ รวมไปถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง งานโภชนาการจึงเป็นงานพื้นฐานที่สำคัญและท้าทายที่สุดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศ โดยต้องมีนโยบายที่ชัดเจนและยุทธศาสตร์ระดับชาติที่บูรณาการทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังจึงจะประสบความสำเร็จ 
 
ประเทศไทยในแผนสุขภาพดีทั่วหน้า 2543 "Health for All" ที่รวมเรื่องโภชนาการเข้าไว้ด้วย มีนโยบายที่สำคัญคือ ลดจำนวนเด็กก่อนวัยเรียนที่เป็นโรคขาดโปรตีนและพลังงาน โดยมีโดรงการให้ทุกชุมชนสามารถพึ่งตัวเองได้จากการรวมกลุ่มชาวบ้านช่วยกันผลิตอาหารเสริมที่มีคุณค่าทางอาหารสูงจากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นคือ ข้าว - ถั่ว - งา และจัดเลี้ยง รวมทั้งรณรงค์ให้เด็กและทารกทุกคนได้รับประทาน โดยเฉพาะเด็กที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ โดยมี อ.ส.ม. เป็นแกนนำให้แต่ละชุมชนดำเนินการเอง เน้นให้ชาวบ้านได้รับความรู้และการอบรมที่ถูกต้อง สามารถรวมกลุ่มในแต่ละหมู่บ้านดำเนินกิจกรรมกันเองได้ โดยใช้ทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเอง ใครมีเงินก็ช่วยเงิน ใครไม่มีเงินก็ช่วยสิ่งของหรือออกแรง ทำให้เกิดกองทุนหมู่บ้านให้ชุมชนพึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืน โดยทางฝ่ายรัฐเป็นผู้ช่วยสนับสนุนด้านความรู้วิชาการเทคโนโลยีและการฝึกอบรมต่างๆ ทำให้แผนการดำเนินงานประหยัดงบประมาณได้มาก สามารถดำเนินการได้ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยใช้เงินริเริ่ม seed money หมู่บ้านละแค่ 3,000 บาท เพื่อเป็นทุนตั้งต้นรวมกลุ่มเริ่มต้นดำเนินกิจกรรม เช่น ซื้อหาวัตถุดิบ ซึ่งได้แก่ ข้าว ถั่ว งา และของใช้ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบด หม้อ กะทะ ภาชนะ ถ้วยชามจาน และอุปกรณ์อื่นๆ ในหมู่บ้านทดลอง 2 ปีก่อนจะดำเนินการทั่วประเทศ พบว่าภายในเวลา  18 เดือน สามารถทำให้การขาดโปรตีนและพลังงานในระดับรุนแรง 3หมดไปได้
 
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาในอนาคตที่เร่งด่วนคือการป้องกันการขาดอาหารในช่วงต้นของชีวิต (malnutrition in early life) การแก้ไขต้องใช้วิธีอิงช่วงชีวิต Life cycle approach โดยเน้นภาวะโภชนาการใน 3 ช่วงระยะเวลาที่สำคัญคือ ระยะตั้งครรภ์/หลังคลอด ระยะวัยรุ่น และวัยเด็ก ซึ่งนับได้ว่าเป็นการพัฒนาศักยภาพคนสูงสุด


Five Roots Success Factors
 
จากการสังเคราะห์ประสบการณ์ในช่วง 3 ปีของนักวิจัย 7 พื้นที่ จาก 4 ภูมิภาค ในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยกลุ่มวุฒิอาสาธนาคารสมอง กลุ่มสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2549-2551 จำนวน 100 โรงเรียนจากนักเรียนประมาณ 200,000 คน คณะวิจัยฯ สามารถระบุบทเรียนอันอาจเป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยอย่างกว้างขวางต่อไป โดยพบว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญของโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในโรงเรียนหรือสถานศึกษาให้เต็มศั




 - เกี่ยวกับสมาคม
 - คณะกรรมการ
 - สิทธิประโยชน์
 - สมัครสมาชิกสมาคม
 - ข่าวสารประชาสัมพันธ์
 - ข่าวสารทันยุค
 - การประชุมวิชาการ
 - อาหารเพื่อสุขภาพ
 - ยาและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ
 - อุปกรณ์เครื่องใช้ตรวจสุขภาพ
 - ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
 - เครื่องครัวเพื่อสุขภาพ
 - ทั่วไป
 - เกี่ยวกับระบบ
 - เรื่องทั่วๆไป
 - วิชาการ
 - ฝากประชาสัมพันธ์